เตรียมออกกฎหมายจำกัดความเร็วเหลือ 40 กม./ชม. หวังลดอุบัติเหตุ


เตรียมออกกฎหมายจำกัดความเร็วเหลือ 40 กม./ชม. หวังลดอุบัติเหตุ
ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน เตรียมผุดมาตรการลดอุบัติเหตุทางถนน ศึกษาแก้กฎหมายควบคุมความเร็วเหลือเพียง 40 กม./ชม. รวมถึงลดค่าวัดปริมาณแอลกอฮอล์เข้มกว่าเดิม

     ทั้งนี้ การศึกษาแนวทางป้องกันอุบัติเหตุดังกล่าวมีหลากหลาย ทั้งการในเขตเมืองเหลือ 30-40 กม./ชม. จากเดิม 80 กม./ชม. นอกเขตเมืองเหลือ 30-60 กม./ชม. จากเดิม 90 กม./ชม. รวมถึงการลดค่าปริมาณแอลกอฮอล์เหลือเพียง 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จากเดิม 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
     นอกจากนั้น ยังเตรียมนำคำสั่ง คสช. ว่าด้วยมาตรการยึดรถและใบขับขี่ นำมาใช้เป็นกฎหมายถาวร ไม่เฉพาะช่วงหน้าเทศกาลเท่านั้น รวมถึงเพิ่มค่าปรับกรณีขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด พร้อมคาดโทษเพิ่มเติมนอกเหนือจากการเทียบปรับอีกด้วย

     อย่างไรก็ดี มาตรการดังกล่าวเป็นเพียงการศึกษาแนวทางเท่านั้น ยังไม่มีการนำมาบังคับใช้จริงแต่อย่างใด 

ที่มา : auto.sanook.com

ติดตามข่าวสารยานยนต์ก่อนใครผ่านทาง Facebook

ไขข้อสงสัย!?? ถ้าขับรถหลายๆชั่วโมง! หรือวิ่งระยะไกล สามารถดับเครื่องได้ทันที โดยไม่ต้องวอร์มเครื่องจริงหรือไม่??

เครื่องยนต์ไม่มีเทอร์โบ ไม่ว่าจะวิ่งด้วยความเร็วรอบสูงเพียงใด เป็นเวลานานแค่ไหน ก็สามารถดับเครื่องยนต์ได้ทันที เพราะระบบระบายความร้อนสมบูรณ์อยู่แล้ว ไม่มีเหตุจำเป็นใดๆ ที่ต้อง “รอ” เหมือนเครื่องยนต์ติดเทอร์โบ


ระหว่างเดินทางไปต่างจังหวัด ในสถานีบริการริมทาง มักเห็นรถพิคอัพขนส่งมากมายจอดรถโดยไม่ดับเครื่องยนต์ เคยเข้าไปถามคนขับ ได้คำตอบว่า :-
“เครื่องมันร้อนดับเลยไม่ได้ ต้องวอร์มไว้ก่อน”
“ดับทำไมเดี๋ยวก็ไปแล้ว สตาร์ทบ่อยๆ เปลืองน้ำมัน”
หนักสุด คือ “ดับไม่ได้ เดี๋ยวสตาร์ทไม่ติด” ?!?



จะมีสักกี่คนที่รู้จริง ว่าเพราะอะไร? พิคอัพส่วนใหญ่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบเกือบทั้งหมด เพราะให้แรงบิดที่ดี เหมาะกับการบรรทุก ถ้าวิ่งเร็ว เทอร์โบก็ทำงานเกือบตลอด เมื่อถึงที่หมายไม่ควรดับเครื่องทันที ไม่ใช่เพราะเครื่องยนต์ร้อน แต่เพราะเทอร์โบมันร้อน (มาก) ต่างหาก ส่วนเปลืองน้ำมัน กับสตาร์ทไม่ติด นี่ผมว่าไม่เกี่ยวกันนะ! เหตุผลเดียวของเรื่องนี้อยู่ที่ “เทอร์โบ” หรือระบบอัดอากาศนั่นเอง เทอร์โบมีหน้าที่อัดอากาศไปยังห้องเผาไหม้ให้มากขึ้นเพื่อเพิ่มกำลังเครื่องยนต์ โดยนำเอาไอเสียส่วนหนึ่งจากเครื่องยนต์กลับไปใช้ใหม่ เมื่อใดที่เร่งเครื่องยนต์ด้วยรอบสูงนานๆ โข่งไอเสียฝั่งขาออกจะร้อนจัด (ถ้ามองตอนกลางคืนได้ จะเห็นเป็นสีแดงเรื่อๆ) วิศวกรจึงต้องออกแบบให้น้ำมันเครื่องส่วนหนึ่ง วิ่งวนไปเลี้ยงแกนเทอร์โบ เพื่อหล่อลื่นและระบายความร้อน ในรถบางรุ่นอาจใช้น้ำจากหม้อน้ำมาช่วยระบายความร้อนอีกแรง (แต่รถส่วนใหญ่ไม่มี)


ลองนึกดูครับ ถ้าเราดับเครื่องยนต์ทันที ความร้อนที่สะสมอยู่ในเทอร์โบจะสูงมาก จนน้ำมันเครื่องที่ค้างอยู่ในแกนเทอร์โบไหม้ได้ เพราะระบบไม่หมุนเวียนเนื่องจากเครื่องยนต์ดับ แบบนี้เทอร์โบย่อมชำรุดเสียหายได้มาก แต่ถ้าเรายังไม่ดับเครื่องในทันที จอดนิ่งๆ ให้เครื่องยนต์อยู่ในรอบเดินเบาราว 3-5 นาที (แล้วแต่ความสามารถในการระบายความร้อน) รอให้อุณหภูมิในเทอร์โบลดลงแล้วจึงดับเครื่อง ก็ไม่เกิดความเสียหาย หรือถ้าจำเป็นต้องดับเครื่องยนต์จริงๆ และรู้ตัวว่าอีกประมาณ 5-10 นาทีจะถึง ให้ลดความเร็วลง แล้วใช้เกียร์สูงสุด ด้วยความเร็วคงที่ประมาณ 60-80 กม./ชม. เมื่อถึงที่หมาย เทอร์โบจะเย็นลง แล้วสามารถดับเครื่องยนต์ได้ทันที สำหรับเครื่องยนต์ไม่มีเทอร์โบ ไม่ว่าจะวิ่งด้วยความเร็วรอบสูงเพียงใด เป็นเวลานานแค่ไหน ก็สามารถดับเครื่องยนต์ได้เลยทันทีครับ เพราะระบบระบายความร้อนต่างๆ สมบูรณ์ลงตัวอยู่แล้ว ดังนั้น ใครรู้ตัวว่ารถไม่มีเทอร์โบก็ดับเครื่องได้เลยทันที ทุกที่ ทุกเวลาครับ ส่วนรถใครมีเทอร์โบ ถ้าขับแบบปกติ เท้าไม่หนักเกินไป ก็ดับได้เลยเช่นกัน

ข้อมูล : motorexpo.co.th/blog/1225
เรียบเรียง : kcycar.com

ติดตามข่าวสารยานยนต์ก่อนใครผ่านทาง Facebook


ยลโฉม ดีแมคซ์’เซนจูเรียน’ ครบรอบ100ปี’อีซูซุ’



ในโอกาสพิเศษครบรอบ 100 ปี อีซูซุ มอเตอร์ส (ISUZU Motors) ผู้จำหน่าย อีซูซุ อังกฤษ เผยรุ่นพิเศษ อีซูซุ ดีแมคซ์ เซนจูเรียน (ISUZU D-MAX Centurion) โดยนำ ดี-แมคซ์ (D-MAX) 4 ประตู ขับเคลื่อน 4 ล้อ มาตกแต่งพิเศษด้วยล้ออัลลอยลายพิเศษ แบล็ก แอนด์ ซิลเวอร์ เฮอร์ริเคน (Black and silver Hurricane) ขนาด 19 นิ้ว พร้อมยางพิเรลลิ สกอร์เปียน ซีโร (Pirelli Scorpion Zero) ขนาด 19 นิ้ว ชุดแต่งสเกิร์ตและหลังหน้าลายเดียวกับ อีซูซุ ดี-แมคซ์ เอ็กซ์ซีรีส์ (ISUZU D-MAX X-Series) สเปกไทย บันได้ข้างโครเมียมดีไซน์พิเศษ สปอร์ตบาร์พร้อมฝาปิดกระบะท้าย และราวหลังคาใหม่ ไฟ เดย์ไทม์ (Daytime) แบบแอลอีดี (LED)

โชว์รูม1

ภาย ในชุดเบาะนั่งกึ่งหนังแท้ลวดลายพิเศษ พวงมาลัยพร้อมที่พักแขนบนคอนโซลกลางหุ้มหนัง ชุดชายล่างขอบประตูสเตนเลสพร้อมไฟเรืองแสง พรมปูพื้น ลวดลายพิเศษ ระบบความบันเทิงจากอัลไพน์ (Alpine) ประกอบด้วยเครื่องเล่น DVD พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ลำโพง 6 ตัว พร้อม แอคทีฟ ซับวูฟเฟอร์ (active subwoofer) จอเพดานขนาด 10.2 นิ้ว พร้อมหูฟังแบบไวร์เลส (wireless) และกล้องมองหลัง

โชว์รูม2

ขุม พลังเครื่องดีเซลคอมมอนเรลเทอร์โบคู่ขนาด 2.5 ลิตร 163 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิด 400 นิวตันเมตรที่ 1,400-2,000 รอบ/นาที ระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด พร้อมระบบทรอนิก (Tronic) +/- พร้อมความปลอดภัย เช่น ระบบเบรก ABS EBD ถุงลมนิรภัย 6 จุดรอบคัน พร้อมระบบควบคุมการทรงตัว ESC ป้องกันการลื่นไถล TCS รองรับการลากจูง 3.5 ตัน

โชว์รูม7

อี ซูซุ ดีแมคซ์ เซนจูเรียน มีจำนวนจำกัดเพียง 100 คัน ในราคา 30,999 หรือประมาณ 1,547,000 บาท ส่วนเมืองไทยมี อีซูซุ ดี-แมคซ์ วี-ครอสส์ ลิมิเต็ด (ISUZU D-MAX V-Cross Limited) เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ (Ddi Blue Power) 177 แรงม้า พร้อมชุดแต่งพิเศษรอบคัน ราคาเริ่มต้น 1,020,000 บาท รุ่นเกียร์ธรรมดา และ 1,065,000 บาท รุ่นเกียร์อัตโนมัติ เรฟโทรนิก (Revtronic) 6 สปีด เพียง 300 คัน

โชว์รูม3

ข้อมูล : matichon.co.th
เรียบเรียง : Kcycar.com
ติดตามข่าวสารยานยนต์ก่อนใครผ่านทาง Facebook

จ่อปรับ!! คมนาคมจัดระเบียบ “ใบขับขี่ใหม่” บังคับผ่านข้อเขียน100% ต่ออายุสอบด้วยหวังลดอุบัติเหตุ หลังเห็นยอดผู้เสียชีวิตช่วงสงกรานต์พุ่งหนักกว่าทุกปี

page345213dsrgt

เมื่อวันที่ 19 เมษายน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กำชับให้กระทรวงคมนาคมเพิ่มความเข้มงวดเรื่องการออกใบอนุญาตขับขี่รถทุกชนิดให้แก่ผู้ขับขี่โดยจะต้องรัดกุมมากขึ้น เพื่อยกระดับมาตรฐานการขับขี่บนท้องถนนให้ดีขึ้น เนื่องจากในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาพบว่ายังมีจำนวนอุบัติเหตุเกิดขึ้นจำนวนมาก ยอดผู้เสียชีวิตยังสูงต่อเนื่อง ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมของผู้ขับขี่ที่ยังมีปัญหาเมาเหล้า หลับใน และขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด โดยนายกฯเร่งรัดให้ดำเนินการเร่งด่วนภายใน 3 เดือน

323502
นายอาคมกล่าวว่า เบื้องต้นได้สั่งการไปยังกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ให้กลับไปทบทวนหลักเกณฑ์เกี่ยวกับออกใบอนุญาตขับขี่รถทุกประเภทให้มีความเข้มข้นมากขึ้น เช่น อาจจะปรับเกณฑ์การวัดผลการสอบใบขับขี่จาก 90% เป็น 100% โดยต่อไปผู้สอบจะต้องทำคะแนนสอบให้ได้เต็ม 100% จากจำนวนข้อสอบ 50 ข้อ กรมจึงจะพิจารณาออกใบอนุญาตขับขี่ให้ ซึ่งปัจจุบันกำหนดเกณฑ์การสอบผ่านไว้ที่ 90% ส่วนการต่อใบอายุการขับขี่ในอนาคตอาจจะต้องกำหนดให้มีการสอบข้อเขียนใหม่ด้วย จากปัจจุบันที่อบรมอย่างเดียว นอกจากนี้ จะออกกฎข้อบังคับให้ผู้ที่จะยื่นขอใบอนุญาตขับขี่จะต้องได้รับใบประกาศนียบัตรอบรมสอนขับขี่รถยนต์จากโรงเรียนสอนขับรถที่เป็นไปตามมาตรฐานของกรมด้วย หากไม่มีใบประกาศนียบัตรกรมจะไม่ออกใบอนุญาตขับขี่ให้ รวมทั้งจะประสานให้โรงเรียนสอบขับรถเอกชน หันมาใช้หลักสูตรการอบรมขับขี่ของกรมแทนหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการเพื่อให้การขับขี่เป็นมาตรฐานเดียวกัน

test
“กรมขนส่งจะต้องกลับไปแก้ระเบียบเกี่ยวกับการออกใบขับขี่ให้เข้มข้นขึ้น ต้องทำให้ผู้ขับขี่รับรู้ และเข้าใจ กฎ และกติกาการขับขี่ที่ถูกต้องและมีวินัยในการขับรถให้มากขึ้น เพราะพฤติกรรมการขับขี่ที่เสี่ยงอันตราย เมา หลับ และขับเร็ว เป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ แม้ว่าที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมพยายามที่จะแก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัยทางกายภาพเรื่องของมาตรฐานถนนที่ปลอดภัยขึ้น ส่วนบทลงโทษกรณีฝ่าฝืนกฎหมายอัตราโทษขณะนี้ยังน้อยเกินไป กรมจะต้องกลับไปพิจารณาเพิ่มโทษให้หนักขึ้น โดยจะต้องมีโทษอาญาด้วย” นายอาคมกล่าว

title15

นายอาคมกล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมระบุว่า จะหารือร่วมกับกระทรวงคมนาคมให้นำคำสั่ง คสช.ที่เกี่ยวกับการยึดรถและยึดใบขับขี่บังคับใช้เป็นกฎหมาย เพื่อให้เอาผิดกับผู้ที่เมาแล้วขับ โดยจะเร่งรัดสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้ออกกฎหมายให้ทันเทศกาลต่อไปนั้น กระทรวงได้รับเรื่องดังกล่าวมาพิจารณาแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมามาตรการดังกล่าวได้ผลดีช่วยลดจำนวนอุบัติเหตุได้มาก เบื้องต้นกระทรวงจะเร่งแก้ไขปัญหารถจักรยานยนต์ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะเกิดอุบัติเหตุสูงสุด โดยได้สั่งการให้ ขบ.เร่งเข้าไปแก้ไขปัญหา เนื่องจากขณะนี้พบว่าผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ทั่วประเทศจำนวน 20 ล้านคน มีใบขับขี่ที่ถูกต้องตามกฎหมายเพียง 50% หรือ 10 ล้านคนเท่านั้น ซึ่งจะต้องเร่งกวดขัน จับกุม และจัดระเบียบโดยเร็ว



คันเร่งค้าง อย่าดับเครื่อง !!! ดับทำไม ในเมื่อมีวิธีที่ไวกว่า และปลอดภัยกว่า จำง่ายๆ ดังนี้...


stop_2015_00B
พี่น้องสื่อมวลชน สายเก่า สายใหม่ ทั้งสายแม็กกาซีนและสื่อออนไลน์ ช่วยกันพูด
ย้ำแล้วย้ำอีก พูดกันจนคอแตกคอแห้งกำกิกเผี่ยงเอาไม่อยู่หรือเขียนกันจนเมื่อยมือ
ท่านผู้อ่านจำนวนมากที่ติดตามพวกเรามาตลอดก็ช่วยกันแชร์เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง
แต่จนแล้วจนรอด พวกเนื้อหาจาก Forward Mail หลอกผู้ใหญ่ (ขอใช้คำว่าหลอกผู้ใหญ่
เพราะใช้ “หลอกเด็ก” เหมือนโทษเด็กทั้งๆที่เนื้อหาพวกนี้นั้นถูกขยายและโหมแชร์
โดยผู้ใหญ่เสียเป็นส่วนมาก) ดังนั้น เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ผมขอเขียนไว้ตรงนี้
เพื่อช่วยพี่น้องสื่อมวลชนสายรถยนต์อีกแรงนึงในการช่วยไม่ให้มีคนเจ็บตัวโดยไม่จำเป็น!

คันเร่งค้าง อย่าดับเครื่อง! ดับทำไมในเมื่อมีวิธีที่ไวกว่าและปลอดภัยกว่า จำง่ายๆดังนี้
1. ผลักไปเกียร์ว่าง
stop_2015_03B
การผลักไปเกียร์ว่าง คือการตัดไม่ให้เครื่องยนต์ส่งกำลังไปยังเกียร์ (ซึ่งเกียร์ก็คือสิ่งที่
ส่งกำลังขับเคลื่อนไปยังล้อรถของท่าน การผลักไปเกียร์ N (เกียร์ว่าง) นั้นหากท่าน
ลองทำเล่นๆกับรถของท่านดูจะพบว่ามันสามารถผลักไปตรงๆได้โดยไม่ต้องกดปุ่ม
ที่หัวเกียร์ แล้วจะไม่เลยไปถึงเกียร์ R (ถอยหลัง) ด้วย
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
เมื่อคันเร่งยังค้างอยู่ แล้วตบไปเกียร์ว่าง รอบเครื่องยนต์จะพุ่งขึ้นสูง ไม่ต้องตกใจ
เครื่องยนต์หัวฉีดสมัยใหม่ (ตั้งแต่ประมาณปี 1990 เป็นต้นมา) มีโปรแกรมที่คอย
จำกัดการทำงานของรอบเครื่องอยู่แล้ว อย่างรถตัวอย่างนี้คือ Honda Civic ปี 04
หากอยู่ในเกียร์ว่างแล้วคันเร่งถูกกดไม่ว่าจะลึกแค่ไหน รอบจะตีไม่เกิน 5,000
.
2. เบรกและพยายามเอารถเข้าข้างทางอย่างปลอดภัย
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
หลังจากเข้าเกียร์ N ตัดกำลังไม่ให้เครื่องส่งไปที่เกียร์แล้ว ทีนี้ก็เบรก
แต่ในการเบรกนั้น ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยรอบตัวด้วย ไม่ใช่ว่า
คันเร่งค้างปุ๊บ ตบเกียร์ N แล้วเบรกหัวทิ่มทันที อันนี้ก็เจ็บตัวได้เหมือนกัน
ในการเบรก ถ้าข้างหน้ามีรถติดอยู่เป็นแพ ไม่มีที่เบรก หรือสมมติว่าเป็น
ทางม้าลายที่เด็กนักเรียนกำลังข้ามกันเป็นสิบ อย่างนี้ค่อยเบรกสุดตัว
หากจำเป็นต้องเบรกรุนแรงมากๆ พยายามประคองรถให้ดี พวงมาลัยให้
ใกล้เคียงตำแหน่งตรงที่สุด เพราะถ้าหากกระแทกเบรกแรงๆตอนรถกำลัง
เลี้ยวโค้ง ตัวรถอาจเสียการทรงตัว หมุนคว้างได้
แต่หากข้างหน้าไม่มีรถติด และมีเนื้อที่ปลอดภัยพอสำหรับการหยุดรถ
ก็ให้เบรกชะลอลง มองหาขอบทางว่าตรงไหนพอจะจอดได้อย่างปลอดภัย
ก็ให้ปล่อยรถไหล/สลับกับเบรก ให้รถไปหยุดอยู่ตรงนั้นพอดิบพอดี
จากนั้นค่อยดับเครื่อง แล้วจะสำรวจพรมผ้ายางขัดคันเร่ง สำรวจห้องเครื่อง
สายคันเร่ง, โทรเรียกช่าง เรียกรถยก โทรหาแฟนเรียกขวัญและกำลังใจ
ก็ว่าไป
จำง่ายๆ แค่ 3 อย่าง
1. อย่าดับเครื่อง (โว้ย)
2. เข้าเกียร์ N (เกียร์ว่าง) ถ้าเป็นรถเกียร์ธรรมดาก็เหยียบคลัตช์แล้วปลดมาเกียร์ว่าง
3. เบรกโดยคำนึงถึงความปลอดภัย ถ้ามีระยะเหลือๆก็ไม่ต้องเบรกให้ตัวโก่ง
ลองดูคลิปนี้เป็นตัวอย่างก็ได้ครับหากต้องการเห็นภาพ
ถาม/ตอบเพิ่มเติม:
1. ทำไมถึงไม่ควรดับเครื่องเมื่อคันเร่งค้างทั้งๆที่เป็นการตัดกำลังเครื่องยนต์ที่ชัวร์มาก?
– การดับเครื่องยนต์ไม่ได้ตัดแค่กำลังเครื่อง แต่ยังส่งผลให้ระบบผ่อนแรงพวงมาลัย
และระบบผ่อนแรงเบรกหยุดการทำงานตามไปด้วย พวงมาลัยจะหนักขนาดไหน?
ลองสตาร์ทรถ หมุนพวงมาลัยเล่น หมุนต่อไปเรื่อยๆอย่าหยุด ไปๆมาๆ จากนั้นดับเครื่อง
เห็นมั้ยครับว่ามันหน่วงมือขนาดไหน ส่วนเบรกจะหนักขนาดไหน ก็ลองดูได้ครับ
หาที่โล่ง ไม่เอาซอยนะ ในซอยบางทีมีเด็กวิ่งตัดหน้า จะซวยฟรี หาที่โล่งๆ เร่งรถ
แล้วดับเครื่อง แล้วลองพยายามเบรกดูสิครับ หนักไหม
รถบางรุ่น ถ้าหมุนกุญแจกลับ พวงมาลัยจะล็อค หมุนไม่ได้ บางรุ่นต้องดึงกุญแจออก
จึงจะล็อค ในนาทีวิกฤติ มีเวลามาลองมั้ย? รถบางคัน และหลายคันสมัยนี้ที่ใช้ปุ่มสตาร์ท
คุณกดปิด Off ตอนวิ่งอยู่ รถไม่ดับให้ก็มี บางรุ่นต้องกดค้าง 3 วินาทีถึงจะดับ ถึงเวลา
หัวเลี้ยวหัวต่อจะคิดได้หรือไม่?
2. ถ้าเข้าเกียร์ N แล้วรอบดีดขึ้นสูง เครื่องจะไม่พังหรือ?
– เครื่องยนต์หัวฉีดรุ่นใหม่ มีโปรแกรมสั่งจำกัดการทำงานรอบเครื่องไม่ให้เกินพิกัด
ที่เครื่องจะทนไหวอยู่แล้ว อย่างมากเข็มวัดรอบก็ไปดิ้นๆอยู่แถวๆขีดแดง ดีดๆอยู่แค่
ไม่ถึงสิบยี่สิบวินาทีเครื่องไม่พังหรอกครับ
รถติดแก๊สบางคัน อาจจะมีผลบ้าง เพราะบางคันที่ผมเจอมา พอตัดไปใช้แก๊สแล้ว
ไม่มีการตัดรอบเครื่องก็มี เคสนี้เครื่องก็อาจพัง แต่คุณเลือกได้ว่าอย่างให้เครื่องพัง
หรือร่างกายคุณกับชีวิตครอบครัวการงานที่เหลืออยู่พัง
3. คันเร่งค้างเกิดจากอะไรได้บ้าง?
– ผ้ายาง พรม ไปขัดหรือขวางทางคันเร่ง นี่คือสาเหตุตัวแม่เลยครับ ผมเองก็เคยเจอ
มาแล้วกับรถ BMW E30 วางเครื่อง SR ตอนไปลองรถกับรุ่นน้อง กดคันเร่งเต็มไป
แล้วจู่ๆพรมสไลด์เข้ามาอัดที่ฐานคันเร่ง คันเร่งดีดกลับได้แค่ครึ่งทาง ผมตกใจอยู่นาน
เพราะตอนนั้นยังวัยรุ่นมาก แต่พอรู้ว่าค้างก็เหยียบคลัตช์ เข้าเกียร์ว่าง เบรกทัน
นอกจากนี้ในรถเก่าที่เป็นคันเร่งแบบสาย บางครั้งก็มีเรื่องสายคันเร่งฝืด ขยับตัวกลับ
ได้ไม่ดีพอ อันนี้ก็เคยเจอเหมือนกันกับรถของคนรอบข้าง และไม่ใช่รถเก่าขนาดนั้น
เป็นรถปี 96-98 นี่เอง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบการทำงานของสายคันเร่งเสมอ
เหยียบ ปล่อย เหยียบ ปล่อย (ตอนดับเครื่องนะ) แล้ววานให้อีกคนช่วยดูการคืนตัว
ของสายคันเร่งจากหน้ากระโปรงรถว่ามีอาการติดขัดมั้ย
อย่ามองแค่ว่า เข้าศูนย์รถเป็นประจำแล้วช่างจะเช็คให้ เพราะบางครั้งช่างก็ไม่ได้เช็ค
ให้คุณไปทุกเรื่อง โดยเฉพาะศูนย์ที่คิวเยอะมากๆช่างต้องรีบทำ รีบปล่อยรถออก
4. แล้วบริษัทรถไม่ทำอะไรเพื่อป้องกันเหตุนี้เลยหรือ?
– อันที่จริงบางเจ้าทำมานานแล้ว แต่ไม่ได้เอามาป่าวประกาศโฆษณากัน สำหรับ
รถใหม่ป้ายแดงบางรุ่นจะโปรแกรมกล่องควบคุมเอาไว้ว่า ถ้าหากคันเร่งกับเบรก
ถูกเหยียบพร้อมกัน (หรืออาจไม่ได้เหยียบคันเร่ง แต่ลิ้นคันเร่งค้างหรือขัดข้อง)
เมื่อไหร่ รถจะสั่งให้ปิดลิ้นคันเร่งไฟฟ้าของเครื่องยนต์โดยที่ไม่ได้ดับเครื่อง
เรียกว่าระบบ Brake Override System ซึ่งพบใน Toyota รุ่นใหม่ๆ และ Subaru
ส่วนยี่ห้ออื่นก็อาจจะมี แต่ผมยังไม่ได้ลองเองกับมือครับ ของ Subaru นี่ลองแล้ว
ถ้าหากเหยียบทั้งเบรกและคันเร่งพร้อมกัน ภายในเวลาราว 2 วินาที รถจะชะลอลง
ลิ้นคันเร่งถูกตัดการทำงาน แต่เครื่องจะยังติดอยู่ เบรกได้ปลอดภัย
ติดตามข่าวสารยานยนต์ก่อนใครผ่านทาง Facebook

เตรียมรถให้พร้อมใช้ ปลอดภัยก่อนเที่ยวสงกรานต์

         การเตรียมรถก่อนเดินทางเที่ยวช่วงสงกรานต์ มีวิธีการไม่แตกต่างการเตรียมรถเดินทางไกลต่างๆ เพียงแต่อาจจะต้องดูเพิ่มพิเศษขึ้นหน่อย เพราะช่วงนี้อากาศจะร้อนมาก ย่อมส่งผลต่อการทำงานของอุปกรณ์รถยนต์หลายๆ อย่าง และแน่นอนสิ่งสำคัญของการเตรียมรถเดินทางไกล คือเรื่องของอุปกรณ์ที่ส่งผลต่อความปลอดภัยขณะขับรถ

วิธีเอาตัวรอดบนนถนน ถ้าคิดจะขับรถเที่ยววันสงกรานต์-2

1. ระบบเบรก ตรงนี้ต้องมาดูผ้าเบรก และจานเบรก ซึ่งใครที่เข้าศูนย์ตรวจเช็คประจำ ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่เขาจะแจ้งอยู่แล้วว่า ผ้าเบรกใกล้หมดหรือเหลือเท่าไหร่ และจานเบรกเป็นอย่างไร ควรจะเปลี่ยนแล้วหรือไม่? แต่หากไม่ค่อยได้ตรวจเช็ค ลองสังเกตอาการถ้าเบรกสั่นไม่นิ่ง กระเด้งนิดหน่อย หรือเหยียบเบรกแล้วลื่น และลองฟังเสียงดูมีดังแปลกๆ หากเป็นแบบนี้ต้องเข้าไปตรวจเช็ค ทำการเปลี่ยนแก้ไขก่อนเดินทาง

2. ระบบรองรับน้ำหนัก ต้องตรวจสอบสภาพยางรถ ว่าแข็งกระด้าง เสียงดัง ไม่ยึดเกาะถนน เวลาเข้าโค้งลื่นไถล ซึ่งเป็นสาเหตุของยางหมดสภาพ หรือดูดอกยางหมด และแก้มยางบวมหรือไม่? หากพบไม่ควรใช้ยางที่มีสภาพดังกล่าวอีกต่อไป ยางจะต้องมีสภาพดีและเหลือเนื้ออยู่พอสมควร เพราะการเดินทางไกลจะต้องใช้ความเร็วสูง และยางมีส่วนในการช่วยหยุดรถให้มีประสิทธิภาพขึ้น หากยางเสื่อมย่อมเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง และต้องทำการตรวจลมยางก่อนเดินทาง อย่าอ่อนหรือแข็งเกินไป ต้องเติมลมยางให้เหมาะสม ตามคู่มือแนะนำหรือที่ระบุไว้ตรงประตูข้างคนขับด้านใน อาจจะเกินได้นิดหน่อย แต่หากยางนิ่มไปหรือต่ำกว่ากำหนด จะทำให้ยางร้อนเกิดระเบิดได้

นอกจากนี้ต้องตรวจสอบระบบช่วงล่าง เวลาวิ่งมีการทรงตัวเสถียรดี เข้าโค้งแรงๆ ควบคุมได้หรือไม่ ซึ่งต้องตรวจสอบพวกบูชปีกนก หรือบูชลิงก์ต่างๆ และความหนืดของโช๊คอัพผิดปกติไหม ลองให้คนแข็งแรงออกแรงกดรถทีละด้าน การเด้งคืนของรถจังหวะเดียวถือว่าใช้ได้ แต่ถ้ากระเด้งหลายจังหวะ หรือสะดุด ควรนำรถไปให้ช่วงตรวจดู

  3. ระบบหล่อเย็น จุดนี้เป็นสิ่งสำคัญที่คนมองข้ามเช่นกัน ควรต้องดูระดับน้ำในหม้อน้ำ/หม้อพักน้ำ อยู่ในระดับหรือไม่ และถ้าไม่เคยเปลี่ยนน้ำเกิน 2 ปี ควรจะต้องทำการเปลี่ยน โดยสัดส่วนระหว่างน้ำกับน้ำยา 70 : 30 และตรวจสอบฝาหม้อน้ำต้องปิดให้สนิท เพราะจะส่งผลต่อการรักษาแรงดัน ช่วยควบคุมจุดเดือดของน้ำ นอกจากนี้ควรจะเช็คการทำงานของพัดลมหม้อน้ำ ติดเครื่องดูการทำงานของพัดลมยังดีอยู่หรือเปล่า เพราะพวกนี้หากทำงานไม่ดีจะส่งผลทำให้เครื่องยนต์ร้อน และยิ่งบวกอากาศร้อนจัดในเดือนเมษายนเช่นนี้ ซึ่งถ้าเกจ์วัดความร้อนขึ้นอย่าฝืนขับเด็ดขาด จะทำให้ฝาสูบโก่ง กลายเป็นเรื่องใหญ่เสียเงินซ่อมเยอะเลยล่ะทีนี้

4. เครื่องยนต์ จริงๆ น่าจะเป็นสิ่งที่รู้ความผิดปกติง่ายมากที่สุด เพราะมีการใช้งานอยู่เป็นประจำ ดังนั้นหากเห็นความผิดปกติจะต้องแก้ไขก่อนเดินทางไกล เพราะหากเครื่องยนต์เสียระหว่างทาง แทนที่จะได้ไปท่องเที่ยวเล่นน้ำสงกรานต์ กลับต้องเสียเวลาอยู่ระหว่างทางเปล่าๆ

นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่จะต้องตรวจเช็ค อย่างระบบบังคับเลี้ยว แบตเตอรี่ และระบบแอร์ที่หากไม่เย็นหรือไม่ทำงาน อากาศร้อนอย่างนี้หมดสนุกแน่ และที่สำคัญอีกอย่างใบปัดน้ำฝน และที่ฉีดน้ำล้างกระจก แม้จะเป็นช่วงฤดูร้อน แต่ช่วงสงกรานต์โดนน้ำ หรือน้ำแป้งอยู่ตลอดเวลา หากไม่เตรียมพร้อมเรื่องนี้แย่แน่ๆ หรือแม้แต่ระบบไฟส่องสว่างต่างๆ เพราะเดินทางไกลบางทีก็ออกเวลากลางคืน หรือบางทีรถติดมากๆ ทำให้การเดินทางลากยาวถึงกลางคืน ซึ่งสิ่งนี้สามารถตรวจสอบได้เองอยู่แล้ว
ที่มา : manager.co.th
ภาพ : frank.co.th


ติดตามข่าวสารยานยนต์ก่อนใครผ่านทาง Facebook

สงกรานต์นี้อีสานหมดห่วง!! สิงรถบรรทุกนับหมื่นคันพร้อมใจหยุดให้พี่น้องคนบ้านเดียวกันเดินทางได้โล่ง





20
เมื่อวันที่ 6 เม.ย. นายขวัญชัย ติยะวานิช นายกสมาคมขนส่งสินค้าภาคอีสาน กล่าวว่า ปัจจุบันสมาคมขนส่งสินค้าภาคอีสาน มีสมาชิกเป็นผู้ประกอบการด้านรถบรรทุก และขนส่ง อยู่ทั้งสิ้น 910 ราย มีรถบรรทุกที่อยู่ในความรับผิดชอบ กว่า 10,000 คัน ซึ่งทุกช่วงเทศกาลที่สำคัญๆ ที่มักมีประชาชนใช้รถใช้ถนนสัญจรเป็นจำนวนมาก ทางสมาคมฯ ก็ได้ขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการ ให้งดการเดินรถในช่วงดังกล่าว เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน และช่วยลดการจราจรที่ติดขัดบนท้องถนน
141040273210lorcom1

ซึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ทางสมาคมฯ ก็ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการรถบรรทุก ว่าในระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย. ทางผู้ประกอบการรถบรรทุก จะหยุดเดินรถเกือบทั้งหมด ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ คงจะมีรถบรรทุกที่ยังเดินรถอยู่บ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นรถบรรทุกที่ขนส่งเชื้อเพลิงชนิดต่างๆ และรถบรรทุกที่ขนส่งอาหารอุปโภค บริโภค และที่จำเป็น ซึ่งอาจจะไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์  ของจำนวนรถบรรทุกทั้งหมด ทั้งนี้ เพื่อช่วยลดการจราจรติดขัด และช่วยให้ประชาชนสัญจรกลับมาฉลองเทศกาลสงกรานต์กับครอบครัวอย่างมีความสุข
201604061357503-20041020133743
นายขวัญชัย กล่าวต่อว่า ในส่วนของการดูแลและควบคุมพนักงานขับรถบรรทุก ตนกำชับให้พนักงานขับรถบรรทุกที่จะต้องขับรถในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ต้องมีการพักผ่อนที่เพียงพอ เนื่องจากอาจต้องใช้เวลาในการขับรถบรรทุกนานขึ้นกว่าเดิม 2-3 เท่า ซึ่งอาจทำให้คนขับมีอาการอ่อนเพลียหรือเหนื่อยล้า จนอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ รวมถึงขอความร่วมมือสมาชิกให้เน้นการตรวจวัดแอลกฮอลล์ หรือสารเสพติดของคนขับรถบรรทุก เพื่อความปลอดภัยของประชาชนที่เดินทางด้วย

ที่มา THAIJAM

ติดตามข่าวสารยานยนต์ก่อนใครผ่านทาง Facebook