เผย ‘33 เส้นทาง..ในกรุงเทพฯ‘ ห้ามรถขนน้ำ ติดเครื่องเสียง เล่นน้ำในช่วงสงกรานต์

ตั้งแต่วันที่ 13-17 เม.ย. 59 ในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)  กำหนดให้ ในเขตกรุงเทพมหานคร มีการให้เดินรถเพียงทางเดียวในบางพื้นที่ และห้ามรถบรรทุกน้ำเพื่อไปเล่นสาดน้ำสงกรานต์ หรือทำการขนอุปกรณ์ที่ไว้สำหรับเล่นสาดน้ำสงกรานต์ ห้ามจอดรถเปิดเครื่องเสียงที่มีความดัง เพื่อให้ประชาชนเต้นบนยานพาหนะ  โดยจะห้ามเข้ามายังบริเวณพื้นที่ ที่กำหนดเป็นการชั่วคราว จำนวน 33 เส้นทาง ตั้งแต่วันที่ 13-17 เม.ย. 2559 เวลา 10.00-22.00 น. ตามเส้นทางดังต่อไปนี้

iStockphoto.com
  • ถนนข้าวสาร 
  • ถนนจักรพงษ์ 
  • ถนนบวรนิเวศ 
  • ถนนสิบสามห้าง 
  • ถนนตะนาว 
  • ถนนราชชินี-แยกราชินี-ตัดถนนหน้าพระธาตุ-ถนนราชชินี ตัดถนนพระอาทิตย์ 
  • ถนนพระอาทิตย์ 
  • ถนนพระสุเมรุ (เริ่มต้นจากแยกวันชาติถึงแยกพระสุเมรุ) 
  • ถนนสามเสน (เริ่มตั้งแต่แยกบางขุนพรหมจนถึงแยกบางลำพู)
  • ถนนราชดำเนินกลาง  (เริ่มตั้งแต่แยกผ่านพิภพลีลาจนถึงวงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย)
  • ถนนราชดำเนินใน (เริ่มที่แยกผ่านพิภพลีลาถึงแยกป้อมเผด็จดัสกร) 
  • ถนนหน้าพระลาน (เริ่มตั้งแต่แยกป้อมเผด็จดัสกรถึงแยกท่าช้าง) 
  • ถนนสุทธิสารวินิจฉัย (จากแยกสุทธิสารจนถึงแยกรัชดาตัดสุทธิสาร) 
  • ถนนประชาสุข  (เริ่มตั้งแต่ซอยอินทรามระ49 จนถึงแยกประชาสุข) 
  • ถนนสายไหม 
  • ถนนหทัยราษฎร์ (หทัยราษฎร์จนถึงถนนสุวินทวงศ์) 
  • ถนนโชคชัย 4
  • ถนนลาดพร้าว-วังหิน 
  • ถนนนาคนิวาศ 
  • ถนนสังคมสงเคราะห์ 
  • ถนนสีลม (เริ่มตั้งแต่แยกศาลาแดง-แยกนราลม) 
  • ถนนพระราม 4 (เริ่มที่แยกศาลาแดง-แยก วิทยุ)  
  • ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ (เริ่มตั้งแต่แยกนราลมจนถึงแยกนรินทร) 
  • ถนนสุรวงศ์ (แยกอังรีดูนังต์-แยกเดโช-สุรวงศ์) 
  • ถนนทรัพย์ 
  • ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า  (เริ่มที่แยกอรุณอมรินทร์จนถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า) 
  • ถนนสุขสวัสดิ์ (เริ่มตั้งแต่แยกพระราม 2 จนสุดเขตกรุงเทพมหานคร) 
  • ถนนประชาอุทิศ (ตั้งแต่แยกประชาอุทิศจนถึงปากซอยประชาอุทิศ 69)
  • ถนนราษฎร์บูรณะ (เริ่มที่สะพานข้ามคลองบางปะแก้วจนสุดเขตกรุงเทพมหานคร) 
  • ถนนพุทธบูชา (เริ่มตั้งแต่แยกนาหลวงจนถึงแยกกำนันธารทิพย์) 
  • ถนนวุฒากาศ (เริ่มตั้งแต่แยกจอมทองจนสุดถนนวุฒากาศ) 
  • ถนนทวีวัฒนา (เริ่มตั้งแต่ถนนทวีวัฒนา ตัดถนนเพชรเกษม-สะพานข้ามคลองบางไผ่) 
  • ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ (เริ่มตั้งแต่แยกนราชธิวาสราชนครินทร์จนถึงแยกนราลม)
     
ส่วนในวันที่ 13-17 เม.ย. 2559 ได้กำหนดให้เดินรถทางเดียว ในเวลา 12.00-18.00 น.  ณ บริเวณถนนพระสุเมรุ  เริ่มตั้งแต่แยกบางลำภู-สะพานวันชาติ-ซอยพหลโยธิน 58 ฝั่งด้านถนนเลียบคลองสอง ที่จะตรงมายังถนนพหลโยธิน   หากพบผู้กระทำผิดมีโทษปรับครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท

ข้อมูลอ้างอิง จาก บช.น.

ติดตามข่าวสารยานยนต์ก่อนใครผ่านทาง Facebook

คุมเข้มสงกรานต์ เมาแล้วขับ จับยึดรถ-ใบขับขี่


spaceplay / pause
 
qunload | stop
 
ffullscreen
shift + slower / faster
volume
 
mmute
seek
 
 . seek to previous
12… 6 seek to 10%, 20% … 60%
คสช.และ รัฐบาลคุมเข้มช่วงสงกรานต์ งัดกฎเหล็ก “เมาขับ-จับ-ยึดรถและใบขับขี่” หวังลดอุบัติเหตุเจ็บ-ตายพร้อมเพิ่มมาตรการเข้ม สั่งตั้งด่านตรวจทุกพื้นที่
จากนโยบายสร้างความปลอดภัยในการสัญจรของ คสช.และรัฐบาล ด้วยมาตรการดื่มไม่ขับ ตลอดเทศกาลปีใหม่ ตั้งแต่ 25 ธันวาคม 2558 – 4 มกราคม 2559 ที่ผ่านมาสามารถจับและยึดรถผู้ขับขี่ที่เมาแล้วขับได้ถึง4,672 คัน และได้รับการตอบรับจากหลายฝ่ายว่าเป็นมาตรการที่ช่วยลดอุบัติเหตุเป็นท้องถนนตลอดจน สร้างจิตสำนึกพฤติกรรมในการขับขี่ให้ตระหนัก ในเรื่องวินัยจราจรมากขึ้น
ล่าสุด พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  เปิดเผยว่า  จะใช้มาตรการคุมเข้มยึดรถยนต์และใบอนุญาตขับขี่คนเมาแล้วขับ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ  ส่วนจะให้กลับคืนเมื่อใดก็ต้องให้ตำรวจ กับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องดำเนินการ  พร้อมกับขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุอันตราย โดยเฉพาะในเส้นทางถนนสายรองที่มีปัญหาเรื่องอุบัติเหตุจำนวนมาก
ขณะที่พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่าให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. เป็นศูนย์กลางในการบูรณาการ ส่วนในระดับพื้นที่จะให้ตั้งศูนย์บูรณาการที่จังหวัดและอำเภอ
ส่วนตำรวจจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับการใช้ความเร็ว รวมถึงการดื่มสุราและขับรถ จะมีด่านต่างๆ คอยดูแล ขณะที่ถนนสายรองนั้นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น จะช่วยดูแล ทั้งสองกรณีดังกล่าวด้วย โดยจะมีด่านชุมชน ซึ่งต้องบังคับใช้และกวดขันอย่างจริงจัง เช่น หากพบว่าดื่มสุราแล้วขับรถจะทำการยึดรถตามคำสั่งหัวหน้า คสช. เพราะจะยอมให้คนเมาขับรถไม่ได้

ติดตามข่าวสารยานยนต์ก่อนใครผ่านทาง Facebook

เขตดอนเมืองห้ามรถกระบะเล่นน้ำ สงกรานต์ เข้าถนน 4 เส้น


สน.ดอนเมืองทำหนังสือถึงผู้อำนายการเขตดอนเมือง ห้ามรถบรรทุกน้ำเดินรถเข้าถนน 4 เส้นเพื่อความปลอดภัย และลดปัญหาการจราจร

เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผกก.สน.ดอนเมือง ทำหนังสือไปยัง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตดอนมือง เรื่องการพิจารณา การออกข้อบังคับเจ้าพนักงานจาราจร(ชั่วคราว) ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2559

โดยหนังสือระบุว่า ห้ามรถบรรทุกภาชนะบรรจุน้ำหรืออุปกรณ์การเล่นน้ำ หรือบรรทุกผู้โดยสารเพื่อการเล่นน้ำสงรานต์ ห้ามเดินรถ 1.ถนนประชาอุทิศ 2. ถนนโกสุมร่วมใจ 3.ถนนวัดเวฬุวนาราม 4.ถนนช่างอากาศอุทิศ ตลอดทั้งเส้น ตั้งแต่เวลา 09.00 -22.00 น. วันที่ 13-15 เม.ย.นี้ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย และลดปัญหาการจราจรติดขัด


ติดตามข่าวสารยานยนต์ก่อนใครผ่านทาง Facebook

ป้องกันรถสีขาวไม่ให้เหลืองเร็ว ทำอย่างไรบ้างมาชมกัน

รถสีขาวถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน

          เกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ในวันนี้ทางทีมงานจะพาเพื่อนๆไปพบกับเรื่องของการป้องกันรถสีขาวไม่ให้เหลืองเร็วซึ่งผู้ที่ใช้รถสีขาวหลายๆท่านนั้นอาจจะเคยปัญหานี้กันอย่างแน่นอน กับการที่รถสีขาวนั้นเกิดเหลือง เดี่ยวเราไปดูกันเลยว่าวิธีการแก้ไม่ให้รถสีขาวนั้นเหลืองทำอย่างไร กับเกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ในวันนี้



รถสีขาวหากดูแลรักษาไม่ดีอาจจะทำให้เกิดคราบเหลืองหมองก็เป็นได้

          รถสีขาวนั้นถือว่าเป็นสีรถ ที่มีการดูแลรักษาค่อนข้างยากเลยทีเดียวและปัญหาที่มักจะพบเจอกันเป็นประจำสำหรับผู้ใช้รถสีขาวก็คือ สีรถสีขาวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ซึ่งสาเหตุนั้นเกิดจาการดูแลรักษาที่ไม่ถูกวิธีแต่ในวันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าขั้นตอนการดูแลรถสีขาวอย่างถูกวิธีนั้นสามารถทำได้ดังนี้

1.ไม่ควรจอดตากแดดบ่อยๆ
          เรื่องของการจอดรถแตกแดดนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ลีกเลี่ยงได้ยากมากในปัจจุบันแต่ถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะการจอดรถตากแดดจะทำให้รถเกิดคราบหมองและเหลืองได้เร็วกว่าปกติ ทางที่ดีควรหาที่จอดรถร่มๆ ให้โดนแดดน้อยที่สุด

2.ล้างรถ 1 ครั้งต่ออาทิตย์ถือว่าเป็นเรื่องดี
          การล้างรถ 1 ครั้งต่ออาทิตย์ถือว่าเป็นเรื่องดีไม่ว่าจะเป็นรถสีหรือรถสีอื่น เพราะการล้างรถนั้นจะช่วยให้คราบสกปรกต่างๆนั้นไม่เกาะแน่นฝั่งลึก ซึ่งคราบเล่านี้เป็นต้นเหตุของการเกิดคราบหมองเหลือง

3.เมื่อล้างรถเสร็จควรเช็ดให้แห้ง
          หลังจากที่เราทำการล้างรถเสร็จแล้วควรที่จะทำการเช็ดรถให้แห้งเสมอไม่ควรปล่อยให้แห้งเอง แต่ต้องสังเกตุดีๆเนื่องจากรถสีขาวจะสังเกตุคลาบน้ำได้ยากว่ารถสีอื่น

4.เคลือบสีรถเป็นประจำช่วยได้
          การเคลือบสีรถเป็นประจำ จะทำให้เกิดฟิล์มที่ผิวรถซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดคราบเหลืองได้แต่ควรเลือกใช้น้ำยาเคลือบสีรถ ที่ไม่มีส่วนผสมของ คาร์นูบา โดยเด็ดขาดเพราะจะทำให้รถเหลืองเร็วกว่าปกติ

5.ใช้ดินน้ำมันช่วยได้
          การทำความสะอาดรถโดยการลงดินน้ำมันถือว่าช่วยได้เป็นอย่างดีเนื่องจากดินน้ำมันจะช่วยขัดคราบสกปรกออกได้ดีและยังทำให้รถเงางามอีกด้วย

การเลือก Wax ใช้สำหรับรถสีขาวถือว่ามีส่วนช่วยให้รถสีขาวนั้นเงางามขึ้นมาด้วยเช่นกัน

ที่มา : car.boxzaracing.com
เรียบเรียง : kcycar.com

ติดตามข่าวสารยานยนต์ก่อนใครผ่านทาง Facebook

น้ำมันเครื่อง”เติมผิด รถแพงแค่ไหนก็พังได้

     สิ่งที่เราต้องเปลี่ยนบ่อยที่สุดในอายุการใช้งานของรถยนต์คันหนึ่ง สิ่งนั้นคือน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าน้ำมันเครื่อง ที่อยากจะกล่าวถึงเรื่องนี้ก็เพราะว่าลูกค้าที่เข้ามาเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง มักจะไม่แน่ใจว่าจะเลือกน้ำมันเครื่องอย่างไรดี ส่วนใหญ่นั้นมักจะเลือกจากยี่ห้อเป็นหลัก ซึ่งทำให้น้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์บางยี่ห้อที่มีคุณภาพดีๆ ถูกมองข้ามไป อย่างน่าเสียดาย โดยเฉพาะยี่ห้อของคนไทยเอง เริ่มด้วยการอธิบายหน้าที่ของน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์…



1. หน้าที่ในการหล่อลื่น หรือน้ำมันเครื่อง
โดยน้ำมันหล่อลื่นจะเคลือบชิ้นส่วนโลหะในเครื่องยนต์ในลักษณะเป็นฟิล์ม เคลือบอยู่ที่ผิวโลหะ เพื่อช่วยลดการสัมผัสกันโดยตรงของชิ้นส่วนโลหะ โดยความหนาของฟิล์มนั้นขึ้นอยู่กับความหนืดของน้ำมันเครื่อง

2. หน้าที่ในการระบายความร้อน 
ในช่วงที่เครื่องยนต์กำลังทำงานนั้นจะเกิดความร้อนขึ้นบริเวณรอบๆฝาสูบ รอบๆกระบอกสูบ ลูกสูบ ข้อเหวี่ยงและ ชิ้นส่วนภายในต่าง ๆ ปั๊มน้ำมันเครื่องจะส่งน้ำมันเครื่องไปหล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆ เมื่อน้ำมันเครื่องไหลกลับก็จะพาเอา ความร้อนกลับลงไปสู่อ่างน้ำมันเครื่องด้วย จึงเป็นการระบายความร้อนให้ชิ้นส่วนต่างๆของเครื่องยนต์อีกทางหนึ่ง

3. หน้าที่ในการป้องกันสนิมและการกัดกร่อน 
การเผาไหม้ในเครื่องยนต์จะทำให้เกิดความชื้นและไอน้ำ เป็นสาเหตุให้เกิดสนิมกับชิ้นส่วนต่าง ๆ ขณะเดียวกัน  การเผาไหม้เชื้อเพลิงก็ทำให้เกิดกรดกำมะถัน ซึ่งสามารถกัดกร่อนชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ให้สึกหรอได้ น้ำมันเครื่องมีหน้าที่ทำให้ไอน้ำและกรดกำมะถันเจือจางลงซึ่งช่วยป้องกัน สนิมและการกัดกร่อนได้

4. หน้าที่ในการป้องกันการรั่วของกำลังอัด 
น้ำมันเครื่องที่มีลักษณะเป็นฟิล์มจะช่วยเคลือบผนังกระบอกสูบ เพื่อทำหน้าที่ป้องกันการรั่วของกำลังอัดภายใน กระบอกสูบที่จะไหลผ่านระหว่างแหวนลูกสูบและกระบอกสูบลงสู่ห้องแคร้งของเครื่องยนต์

5. หน้าที่ในการทำความสะอาด 
การเผาไหม้ในเครื่องยนต์จะทำให้เกิดเขม่าและผงโลหะ ซึ่งอาจทำให้เกิดการอุดตันภายในชิ้นส่วนเครื่องยนต์ได้ เพราะฉะนั้นน้ำมันเครื่องมีหน้าที่ชะล้างเขม่าและป้องกันการรวมตัวกันของผงโลหะที่อาจทำให้เกิดการอุดตันได้

Screen Shot 2559-03-29 at 3.59.35 PM

ความสำคัญกับการเลือกน้ำมันเครื่อง พอจะแนะวิธีการเลือกใช้น้ำมันเครื่องในเบื้องต้นดังนี้

1. เลือกจากชนิดของน้ำมันเครื่อง  คือการเลือกโดยดูจากพื้นฐานของน้ำมันเครื่องว่าเป็นชนิดไหน ซึ่งจะมีผลกับอายุการใช้งานของน้ำมันเครื่อง โดยส่วนใหญ่จะแบ่งเป็น 3 ชนิด ดังนี้

1.1 น้ำมันเครื่องชนิดธรรมดา
1.2 น้ำมันเครื่องชนิดกึ่งสังเคราะห์
1.3. น้ำมันเครื่องสังเคราะห์

โดยข้อแตกต่างของน้ำมันเครื่องทั้งสามชนิดนี้ก็คือโครงสร้างของโมเลกุลในตัวน้ำมันเครื่องที่มีการยึดตัวเกาะกัน โดยการยึดตัวของอะตอมที่ต่างกันทำให้น้ำมันเครื่องสามารถคงความหนืดและ ลักษณะการเป็นฟิล์มได้นานต่างกัน  สรุปง่าย ๆ ว่าข้อแตกต่างของน้ำมันเครื่องทั้งสามชนิดก็คือระยะเวลาในการ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องนั่นเอง
โดยระยะเวลาของการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องนั้นอาจแตกต่างกันได้ขึ้นอยู่กับ ลักษณะการใช้รถยนต์ของแต่ละท่าน เช่น บางท่านอาจวิ่งทางไกลอย่างเดียวซึ่งไม่ค่อยพบกับการจราจรที่ติดขัด ระยะเลขกิโลเมตรที่หน้าปัทม์ของรถท่านก็อาจตรงกับระยะทางที่ท่านวิ่งจริง ๆ  ท่านสามารถเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามที่กำหนดไว้หรือมากกว่าได้ แต่ผู้ที่พบการจราจรที่ติดขัดอยู่เป็นประจำ แม้รถของท่านจะไม่ได้วิ่งแต่เครื่องยนต์ของก็ทำงานตลอดเวลา จึงควรจะเปลี่ยนเร็วกว่าที่กำหนดไว้สักนิด

2. เลือกจากเกรดคุณภาพของน้ำมันเครื่อง คือการเลือกโดยดูจากเกรดคุณภาพที่เกิดจากการทดสอบคุณสมบัติด้านต่างๆของ น้ำมันเครื่อง ซึ่งเกี่ยวข้องกับคุณภาพและประสิทธิภาพเกือบทุกด้านของน้ำมันเครื่อง โดยสถาบันที่ได้รับการยอมรับจากผู้ผลิตน้ำมันทั่วโลกให้เป็นผู้ทดสอบคือ สถาบัน API ที่ย่อมาจาก AMERICAN PETROLEUM INSTITUTE โดย API จะแบ่งเกรดคุณภาพเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มที่ 1 คือเกรดคุณภาพสำหรับเครื่องยนต์เบนซินซึ่งตามหลังอักษรย่อ API โดยจะใช้ตัวอักษร S
(STATION SERVICE-SPARK IGNITION) นำหน้าตัวอักษรย่อที่บ่งบอกเกรดคุณภาพของน้ำมันเครื่องซึ่งเริ่มจากตัวอักษร A ซึ่งเป็นเกรดคุณภาพต่ำสุดจากนั้นจึงไล่ตามตัวอักษรไปเรื่อยๆ  คือ B, C, D, E, F, G, H,J และ Lเช่น API SG, API SJ, API SL  และ API SM  ซึ่งเป็นเกรดคุณภาพสูงสุดในปัจจุบัน เราสามารถดูเกรดคุณภาพของน้ำมันเครื่องที่แสดงไว้บนฉลากข้างแกลลอน
กลุ่มที่ 2 คือเกรดคุณภาพสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลซึ่งตามหลังอักษรย่อ API โดยจะใช้ตัวอักษร C (COMMERCIAL SERVICE-COMPRESSION IGNITION) นำหน้าตัวอักษรย่อ ที่บ่งบอกเกรดคุณภาพของน้ำมันเครื่องซึ่งเริ่มจากตัวอักษร A ซึ่งเป็นเกรดคุณภาพต่ำสุดจากนั้นจึงไล่ตามตัว  อักษรไปเรื่อยๆคือ B, C,D, E, F, G, Hและ I เช่น API CF, API CG-4, API CH-4และ API CI-4  (เลข 4 ที่ตามหลังหมายถึง เน้นใช้สำหรับเครื่องยนต์ 4 จังหวะ)
ตามความเป็นจริงแล้วทั้งน้ำมันเครื่องของเครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ ดีเซลนั้น สามารถใช้ได้กับเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลได้ แต่จะมีความเหมาะสมกับเครื่องยนต์แต่ละชนิดต่างกัน หากน้ำมันเครื่องชนิดไหนที่เหมาะกับเครื่องยนต์เบนซิน ทางสถาบัน API จะนำเกรดคุณภาพที่เหมาะสมมา ไว้ข้างหน้าเช่น น้ำมันเครื่องที่เหมาะสมกับเครื่องยนต์เบนซินจะมีเกรดคุณภาพดังนี้ API SL/CF หรือน้ำมันเครื่องที่เหมาะสมกับเครื่องยนต์ดีเซลก็จะมีเกรดคุณภาพดังนี้ API CH-4/SJ ซึ่งหมายความว่าเกรดคุณภาพของน้ำมันเครื่องดีเซลชนิดนี้เทียบเท่ากับเกรด คุณภาพของน้ำมันเครื่องเบนซินในเกรดคุณภาพ SJ นั่นเอง ส่วนที่แตกต่างกันของน้ำมันเครื่องทั้ง 2 เกรดคุณภาพคือ ส่วนประกอบอื่นๆของน้ำมันเครื่องเช่นสารเพิ่มคุณภาพ (ADDITIVES) ซึ่งเหมาะกับเครื่องยนต์ที่ต่างชนิดกัน ในปัจจุบันผมแนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องเกรดคุณภาพสูงสุดหรือใกล้เคียงเกรด คุณภาพสูงสุดอยู่เสมอ ถึงแม้ราคาจะแพงกว่าเกรดที่ต่ำกว่าแต่ก็คุ้มค่ากว่าเช่นกัน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบราคาของน้ำมันเครื่องเกรดคุณภาพ ต่ำกับเกรดคุณภาพสูงสุดนั้นราคาก็ต่างกันไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้นเอง

Screen Shot 2559-03-29 at 4.05.28 PM

3. เลือกจากเกรดความหนืดของน้ำมันเครื่อง  ความหนืดของน้ำมันเครื่องจะเกี่ยวข้องกับการสร้างชั้นเคลือบและการไหลเวียน ของน้ำมันเครื่อง ซึ่งเกรดความหนืด คืออัตราการไหลของปริมาณต่อขนาดและความยาวของรู ต่อหน่วยเวลา ณ อุณหภูมิหนึ่ง เช่น น้ำมัน 60 ซี.ซี ไหลผ่านรูขนาด 12.25 มิลลิเมตร ณ อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส  ส่วนหน่วยงานที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในการวัดเกรดความหนืดก็คือสมาคม วิศวกรรมยานยนต์หรือ SAE (SOCIETY OF AUTOMOTIVE ENGINEERS) โดยเกรดความหนืดของน้ำมันเครื่องจะแสดงเป็นอักษรย่อ SAE แล้วตามด้วยเกรดความหนืดเป็นตัวเลข เช่น 5,10,15,30,40 และ 50 เป็นต้น โดยตัวเลขยิ่งมาก ความหนืดก็จะสูงตามไปด้วยเช่น SAE 10W-50 จะมีความหนืดมากกว่า SAE 5W-40 ซึ่งการวัดเกรดความหนืดจะแบ่งเป็นการวัดที่ 2 อุณหภูมิที่แตกต่างกัน

1. วัดที่อุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส ซึ่งตัวเลขเกรดความหนืดจะตามด้วยอักษร W (WINTER) เช่น 5W, 10W

2. วัดที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส ซึ่งตัวเลขเกรดความหนืดจะเป็นตัวเลขอย่างเดียวเช่น 30, 40, 50
การเลือกน้ำมันในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศร้อนให้ดูที่ตัวเลขตัวหลังสุดที่ไม่มีตัวอักษรนำหน้าอย่างเดียวก็พอ เพราะประเทศไทยไม่มีอุณหภูมิติดลบจึงไม่มีความจำเป็นต้องดูตัวเลขที่มีตัวอักษร W ตามหลัง
ส่วนการเลือกเกรดความหนืดของน้ำมันเครื่องนั้น ให้ดูจากคู่มือประจำรถยนต์ หากไม่ทราบเกรดความหนืดที่แน่นอนให้ใช้เกรดความหนืด 40 หากเครื่องยนต์มีอาการกินน้ำมันเครื่องให้เปลี่ยนเป็นเกรดความหนืด 50
ปัจจัยอื่นๆในการเลือกเกรดความหนืดของน้ำมันเครื่องก็คืออุณหภูมิของอากาศ และสภาพความหลวมของชิ้นส่วน ในเครื่องยนต์ หากอากาศภายนอกเย็นหรือเครื่องยนต์เย็น น้ำมันเครื่องควรใสและไหลง่าย เพื่อหล่อลื่นและปกป้องชิ้นส่วนของเครื่องยต์ขณะสตาร์ทและใช้งาน หากเครื่องยนต์ร้อนแล้วน้ำมันเครื่องใสเกินไป ชั้นเคลือบหรือฟิล์มจะบางเกินไปและไม่สามารถปกป้องชิ้นส่วนเครื่องยนต์จาก การสึกหรอได้ หากเครื่องยนต์ผ่านการใช้งานมามาก  และเครื่องยนต์เริ่มหลวมก็ควรเลือกน้ำมันที่มีเกรดความหนืดมากขึ้น จากมาตรฐานที่กำหนดในคู่มือรถยนต์ สักหน่อยเช่นจาก 40 เป็น 50 เพราะชั้นเคลือบหรือฟิล์มที่หนาขึ้น สามารถเข้าไปอุดช่องว่างที่เกิดจากการ สึกหรอของชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ที่เพิ่มมากขึ้นได้อีกด้วย ในส่วนนี้สามารถช่วยป้องกันกำลังอัดรั่วไหลของ เครื่องยนต์ที่เกิดจากช่องว่างระหว่างแหวนลูกสูบและกระบอกสูบได้อีกทางหนึ่ง ด้วย ซึ่งทำให้เครื่องยนต์มีสมรรถนะที่ดีขึ้นกว่าเดิมได้อีกด้วย ส่วนท่านที่ใช้น้ำมันเครื่องยี่ห้อของผู้ผลิตรถยนต์มาตลอดแล้วอยากเปลี่ยนก็ สามารถทำได้ โดยเลือกน้ำมันที่มีเกรดคุณภาพและเกรดความหนืดเท่ากัน ก็สามารถใช้ทดแทนกันได้แล้วครับ บางทีท่านอาจได้ใช้น้ำมันเครื่องที่มีคุณภาพสูงกว่าเดิมอีกด้วย…


ที่มา  : คนรักรถ
เรียบเรียง : Kcycar.com

ติดตามข่าวสารยานยนต์ก่อนใครผ่านทาง Facebook

‘รถหาย‘ ยังต้องผ่อนต่อหรือไม่?

   'รถหาย' ถือเป็นฝันร้ายของเจ้าของรถที่ไม่อยากให้เกิด แต่หากรถที่เรากำลังผ่อนส่งกับไฟแนนซ์อยู่เกิดถูกขโมยไปจริงๆ หลายคนคงสงสัยว่าเจ้าของรถยังคงต้องรับผิดชอบผ่อนต่อหรือไม่?
     ผู้ใช้เฟซบุ๊คท่านหนึ่ง ที่ใช้ชื่อว่า 'ทนายพรชัย รังสรรค์' ได้แนะนำข้อควรปฏิบัติเมื่อรถหาย ไว้ดังนี้ รีบแจ้งความเพื่อลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานให้เร็วที่สุด จากนั้นจึงนำใบแจ้งความที่ได้ไปยื่นให้กับบริษัทประกันภัยที่ทำไว้ รวมถึงบริษัทไฟแนนซ์ด้วย
     คำถามต่อมาคือ ค่างวดที่กำลังจะถูกเรียกเก็บต่อไปนั้น เราจำเป็นต้องจ่ายต่อไปหรือไม่? คำตอบจาก 'ทนายพรชัย' คือ ไม่ต้องผ่อนต่อ เนื่องจากสัญญาที่ทำไว้กับบริษัทไฟแนนซ์นั้น เป็นสัญญาเช่าซื้อ นั่นหมายถึง ทรัพย์สินให้เช่าแลำคำมั่นว่าจะขาย (เมื่อชำระครบตามสัญญา)
     ดังนั้น เมื่อทรัพย์สินที่เช่าซื้อเกิดสูญหายขึ้นมา สัญญาย่อมระงับ ทำให้ผู้เช่าซื้อไม่ต้องผ่อนส่งอีกต่อไป ซึ่งตรงนี้ 'ทนายพรชัย' กล่าวเสริมว่า หลายคนถูกบริษัทไฟแนนซ์หลอกให้ส่งค่างวดต่อ ทั้งที่สัญญาถูกระงับแล้ว

     ทั้งนี้ บริษัทไฟแนนซ์จะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันที่ทำไว้อยู่แล้ว ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าเสียหายใดๆอีก ซึ่งจุดนี้ 'ทนายพรชัย' ระบุไว้ว่า
     "ถ้ารถที่เช่าซื้อสูญหาย ก็ต้องมาคำนวณว่า รถราคาเท่าใด ผู้เช่าซื้อจ่ายเงินค่างวดมาแล้ว เป็นเงินเท่าใด บริษัทประกันได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่บริษัทลิสซิ่งเนื่องจากรถหาย เป็นเงินเท่าใด ถ้า 2 จำนวนนี้รวมกันแล้วเกินกว่าราคารถที่บริษัทลิสซิ่ง ซื้อมาอย่างนี้ผู้เช่าซื้อ ก็ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหาย"


     เรียบเรียง : Kcycar.com

ติดตามข่าวสารยานยนต์ก่อนใครผ่านทาง Facebook


โอ้โหอึ้ง คุณป้าโวยขอค่าเสียหาย เพราะถูกรถของเล่นชน

คุณป้าโวยขอค่าเสียหาย เพราะถูกรถของเล่นชน

         แบบนี้ก็มีด้วย ป้าจีนแสบโวยวายโดนรถของเล่นชน ไม่ยอมลุกแต่โดยดี เรียกร้องขอค่าเสียหาย เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต เจอแบบนี้ถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว

         เว็บไซต์เดลี่เมล เผยรายงานสุดอึ้งจากประเทศจีนว่า เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์หญิงสูงวัยรายหนึ่งลงไปนั่งอยู่กับพื้นริมทางเดินที่บริเวณในเมืองฉางเต๋อ มณฑลหูหนาน หลังจากถูกรถของเล่นสีแดงที่มีเด็กหญิงตัวน้อยเป็นคนขับชนเธอเข้าให้ เธอพยายามเรียกร้องค่าเสียหาย ท่ามกลางผู้คนที่มายืนดูเหตุการณ์ รวมทั้งพ่อ-แม่และเด็กหญิงเจ้าของรถของเล่น



         รายงานระบุว่าหลังจากที่คุณป้าถูกรถของเล่นชน เธอก็ลงไปนั่งอยู่กับพื้นแล้วโวยวายว่ารถของเล่นคันนี้วิ่งมาเร็วและชนเธอ พร้อมทั้งบอกว่ารถคันนี้ไม่มีใบอนุญาตให้มาขับบนทางเดินได้ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ยอมเข้าใจว่ารถคันนี้เป็นรถของเล่น ซึ่งเป็นเพียงเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ เป็นผู้ขับเท่านั้น และหลังจากโวยวายแล้วคุณป้ายังไม่ยอมลุกไปไหน เอามือจับรถไว้ไม่ให้ใครเอาไป จนกว่าครอบครัวของเด็กจะยอมจ่ายค่าเสียหายชดใช้ให้กับเธอ 

         อย่างไรก็ดีจากรายงานไม่ได้ระบุชัดเจนว่า ภายหลังคุณป้ารายนี้ได้รับเงินไป หรือมีใครพาเธอไปโรงพยาบาลหรือไม่แต่อย่างใด... อิอิ

ภาพจาก 365jia.cn